กุญแจสำคัญสู่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นได้จริง!

คำถาม “รู้ว่าการตั้งเป้าหมายอย่างถูกต้องสำคัญ แต่ไม่รู้ว่าที่เราตั้งไปนี้ มันใช้ได้ดีพอหรือยัง”​

อันดับแรกเลย เจาะจงบริบทว่าคุณกำลังต้องการผลลัพธ์หรือเป้าหมายในพื้นที่ใดของชีวิต เช่น ในการประกอบอาชีพ ในการเข้ารับการอบรมหลักสูตรอะไรสักอย่าง หรือ ในแง่ความสัมพันธ์ ฯลฯ

เขียนเป้าหมายหรือผลลัพธ์ที่คุณอยากได้ออกมา ถ้ามันมีหลายข้อมาก ก็เลือกอันที่คุณดูแล้วว่ามันสำคัญและมีความหมายที่สุดสำหรับคุณ 

จากนั้นมาตรวจสอบกับเช็คลิสต์คำถามต่อไปนี้ เพื่อให้ทราบว่าการระบุผลลัพธ์หรือเป้าหมายของคุณนั้น เข้าเกณฑ์คุณภาพ ซึ่งจะเพิ่มโอกาสให้คุณบรรลุผลสำเร็จหรือเปล่า

คำแนะนำ

คุณสามารถทำกิจกรรมนี้คนเดียว หรือหาเพื่อนสักคน มาทำกิจกรรมนี้ร่วมกันก็ได้ ต่างคนต่างเขียนเป้าหมาย แล้วสลับกันถามคำถามชุดนี้ 

ทำทีละคน โดยหยิบเป้าหมายของคนแรกขึ้นมาก่อน แล้วอีกคนถามคำถามจนครบทั้งหมด เมื่อถามจบแต่ละคำถาม ขอให้คนตอบ ใช้เวลาใคร่ครวญคำตอบอย่างแท้จริง อาจจะตอบในใจ ตอบออกเสียง หรือเขียนคำตอบลงในกระดาษบันทึกก็ได้ ตอบเสร็จ ค่อยขยับไปยังคำถามถัดไป 

คุณไม่จำเป็นต้องรีบ เพราะเราอยากให้คุณได้ใช้เวลาคิดพิจารณาเกี่ยวกับมันจริงๆ

ในระหว่างที่ตอบ ขอให้คุณสังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นในความคิดคุณขณะที่คุณพิจารณาคำถามแต่ละคำถาม ต่อไปนี้ 

  1. Stated in the Positive “อะไรกันแน่ คือสิ่งที่คุณอยากให้เกิดขึ้นอย่างเฉพาะเจาะจง” อะไรคือสิ่งที่คุณต้องการให้มันเกิดขึ้น โดยสร้างผลลัพธ์นี้ให้เกิดขึ้นสำหรับคุณ 
  1. Specify Present Situation “แล้วตอนนี้คุณอยู่ตรงไหน เมื่อเทียบกับสิ่งที่คุณอยากได้อย่างเฉพาะเจาะจง” คุณอยู่จุดไหนตอนนี้

3) Specify Outcome “อะไรที่จะทำให้คุณรู้เมื่อคุณได้ผลลัพธ์นั้นมา” คำถามนี้สำคัญมากๆ “คุณจะรู้ได้อย่างไรเมื่อคุณได้ในสิ่งที่คุณต้องการได้สำเร็จ” 

4) Specify Evidence Procedure เจาะจงกระบวนการของหลักฐานเชิงประจักษ์ “ต้องมีอะไรเกิดขึ้นหรือ ซึ่งเมื่อมันเกิดขึ้น คุณจะพูดได้เต็มปากว่า เย้! เยส!! ฉันได้มันมาแล้ว ”

“อะไรคือสิ่งที่คุณจะได้เห็น อะไรคือสิ่งที่คุณจะได้ยิน อะไรคือสิ่งที่คุณจะรู้สึกเมื่อคุณทำผลลัพธ์นั้นสำเร็จ” ใคร่ครวญดู 

5) Is it Congruently Desirable? “ผลลัพธ์นี้มันทำอะไรให้กับคุณ” หรือ ผลลัพธ์นี้จะอนุญาตให้คุณทำอะไรได้ มันให้อะไรกับคุณ มันอนุญาตให้คุณทำอะไรได้

6) Is it Self-Initiated and Self-Maintained? “ผลลัพธ์นี้เป็นสิ่งที่ได้มาเพื่อตัวคุณเองเท่านั้นหรือเปล่า” ลองคิดดูนะ มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเพื่อคุณเท่านั้นจริงๆ  หรือว่าจริงๆ แล้วมีคนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยในการที่คุณทำสิ่งนี้ 

อย่างไรก็ตาม จากมุมมอง ดร.แท็ด เจมส์ ผู้สร้างสรรค์ศาสตร์ Time Line Therapy® แล้ว เขาแนะนำให้มันเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับคุณ ซึ่งคุณต้องการจะได้มันมาเพื่อตัวคุณเป็นหลักใหญ่ใจความ เรียกว่า สำหรับคุณเป็นหลักเลย 

โอเคล่ะ ถ้าคุณจะมีผลลัพธ์หรือเป้าหมายนี้ร่วมกับคนอื่น แต่ก็คิดด้วยว่า มันเป็นประโยชน์สำหรับตัวคุณโดยเฉพาะหรือเปล่า หรือเกี่ยวกับคนอื่นด้วย 

แนะนำว่า เบื้องต้น ควรจะต้องเป็นสิ่งที่คุณคิดเพื่อตัวคุณเป็นสำคัญ คุณต้องเป็นคนที่ได้สิ่งนี้มา ดังนั้นคุณก็เลยต้องลงมือทำเพื่อให้ได้มา 

7) Is It Approximately Contextualized? ลองสังเกตให้ดี “ใครคือคนที่กำลังจะอยู่ที่นั่นกับคุณ คุณจะอยู่ที่ไหน เมื่อไหร่ที่สิ่งนี้กำลังจะเกิดขึ้น” ระบุบริบทได้ด้วยการตอบ Where, When, How ในที่คุณจะได้ผลลัพธ์นั้นมา 

8) What Resources Are Needed? “ทรัพยากรใดที่คุณมีอยู่ตอนนี้ และอะไรที่คุณจำเป็นต้องมีเพื่อให้คุณได้ผลลัพธ์ตามที่คุณต้องการ”  คิดสักครู่ อะไรที่คุณมีอยู่ในมือตอนนี้ และอะไรที่คุณจำเป็นต้องมี คุณต้องการอะไร 

จากนั้น ถามตัวเองด้วยสามคำถามนี้ต่อไปเลยก็ได้ 

– คุณเคยทำสิ่งนี้มาก่อนไหม

– คุณรู้จักกับใคร ที่เขาเคยทำสิ่งนี้มาก่อนไหม

– ถ้าคุณไม่เคยทำมาก่อนหรือไม่รู้จักใครที่เคยทำเลย คุณสามารถที่จะแสดงพฤติกรรม ราวกับว่าคุณบรรลุสิ่งนี้ได้สำเร็จแล้วได้ไหม

9) Is It Ecological? คำถามสุดท้ายคือ การตรวจสอบว่าเป้าหมายหรือผลลัพธ์ที่คุณต้องการนั้น ส่งผลดีครอบคลุมทุกมิติหรือไม่ กล่าวคือ ส่งผลดีต่อตัวคุณเอง ต่อคนใกล้ตัว ต่อสังคมที่คุณอยู่ และต่อโลกใบนี้ไหม เพราะจะมีประโยชน์อะไรที่คุณได้ผลลัพธ์ที่ดีต่อตัวเอง แต่ทำให้ครอบครัวของคุณไปคนละทิศละทาง สุดท้ายตัวคุณเองนั่นแหละที่อาจจะได้รับผลกระทบ ซึ่งมันเท่ากับผลลัพธ์นั้นไม่ยั่งยืน นึกออกไหมคะ

ทั้งหมดนี้ คือ คำถามทั้งหมดที่ใช้ตอนเริ่มต้นเซสชันการโค้ชแบบ NLP ไม่ว่าเราจะเริ่มต้นเซสชันกับลูกค้า ในกระบวนการเธอราปี ในการทำงานเป็นที่ปรึกษา โดยใช้ศาสตร์ NLP หรือแม้แต่ทำงานในการช่วยให้เด็กมีผลการเรียนที่ดีขึ้น หรือในจุดประสงค์ด้านธุรกิจ ไม่ว่าบริบทใด เมื่อเริ่มต้นเซสชัน NLP ขอให้ถามคำถามเหล่านี้ก่อน 

เรียบเรียงจาก Keys to An Achievable Outcome ซึ่งเป็นเนื้อหาส่วนหนึ่งของ The FASTRAK® NLP Practitioner Certification Training at The Tad James Company NLP Australia

โดยโค้ชแอน ลักขณา คมคาย

Certified Trainer of Neuro-Lingiuistic Programming (NLP)

NLP Coaching

Time Line Therapy® Techniques

Hypnotherapy

Share:

More Posts

ทุกอย่างเริ่มต้นที่ความสัมพันธ์ สานสัมพันธ์ขั้นเทพ โดย โค้ชแอน ลักขณา คมคาย

คำถาม “ลูกน้องที่ดีลด้วยยากที่สุด คือ ลูกน้องที่ไม่เปิดใจ” “ทำไมรู้สึกถูกชะตากับคนนี้จังเลย”  “เราเคยเจอกันที่ไหนมาก่อนไหมนะ” “คุยกับคนนี้แล้วสบายใจอย่างบอกไม่ถูก” ใครๆ ก็รู้ว่า สายสัมพันธ์ที่ดีระหว่างบุคคล สามารถเหนี่ยวนำให้เกิดบรรยากาศความสัมพันธ์ที่ผ่อนคลาย ไว้วางใจซึ่งกันและกัน นำไปสู่ความสอดคล้องในการทำงานร่วมกัน เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดทั้งสองฝ่าย NLP มอบเทคนิคที่ครอบคลุม ทั้งภาษาท่าทาง เสียง และคำพูด ที่ทำให้คุณสามารถเข้าถึงใจคู่สนทนาได้อย่างเป็นธรรมชาติ เรากำลังพูดถึงการเรียนรู้ที่จะสร้างสายสัมพันธ์ หรือ RAPPORT  เหตุที่เราจึงต้องใช้เวลาเรียนรู้การสร้าง Rapport

ตั้งเป้าหมายถูก สำเร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง โดย โค้ชแอน ลักขณา คมคาย

คำถาม “ตั้งเป้าหมายทีไร ทำไม่เคยได้สักที เพราะอะไรกันนะ” หลายคนตั้งเป้าหมายอย่างหนักแน่น แต่เอาเข้าจริงกลับไปไม่ถึงฝันบางที ไม่ได้เกิดจากความจริงจังที่ไม่มากพอ แต่อาจเป็นเพราะยังไม่ล่วงรู้ “กฎลับ” ของการตั้งเป้าหมายที่ถูกวิธี และ “เย้ายวน” ให้จิตส่วนลึกอยากได้มากพอ หลักสูตร Neuro-Linguistic Programming Certification Training by โค้ชแอน ลักขณา ขอแนะนำเคล็ดลับการกำหนดเป้าหมายด้วยการสร้างแรงดึงดูดอันทรงพลังมหาศาล ให้จิตส่วนลึกของคุณเหมือนมี GPS นำทางอย่างชัดเป๊ะเพื่อสนับสนุนคุณไปสู่ผลลัพธ์ที่ต้องการ

เป็นนายของอารมณ์ตัวเอง พลิกโหมดอารมณ์ทันท่วงที โดย โค้ชแอน ลักขณา คมคาย

คำถาม “เจออะไรมากระตุ้นปุ๊บ ปรี๊ดง่าย สายลุย อยากได้วิธีควบคุมอารมณ์” เคยไหม ตั้งใจไว้ว่าอยากมีวันที่ดี อยู่ในโหมดแฮปปี้ตลอดวัน แต่พอมีเหตุมากระตุ้น เผลอหงุดหงิดง่าย หรือไม่ก็ตอบสนองแรงอะไรเบอร์นั้น! หลักสูตรนี้สอนเทคนิค Anchoring เปรียบได้กับสวิตช์ตัวช่วยฉุกเฉิน ที่คุณสามารถใช้เรียกสติ ดึงตัวเองให้กลับสู่สภาวะเชิงบวก เป็นอิสระจากการตกเป็นทาสทางอารมณ์ของตัวเอง วันนี้ โค้ชแอน ลักขณา จะมาชวนคุยถึงหนึ่งในเทคนิคยอดฮิตของ NLP นั่นคือเทคนิค ANCHORING (แอง-เคอ​​-ริ่ง)

ล้างความเชื่อเก่า เขย่าความเชื่อเดิมเติมความเชื่อใหม่ ! โดย โค้ชแอน ลักขณา คมคาย

คำถาม “อยากเป็นเซลที่ประสบความสำเร็จ แต่เป็นไม่ได้ เพราะไม่เคยเชื่อว่าตัวเองจะทำได้” เฮนรี่ ฟอร์ด เคยกล่าวไว้ว่า “ไม่ว่าคุณเชื่อว่าคุณทำได้ หรือ เชื่อว่าคุณทำไม่ได้ คุณก็ถูกทั้งนั้น” คำกล่าวนี้ ไม่เกินจริง เพราะกี่ครั้งมาแล้วที่คุณไม่ยอมให้ตัวเองเริ่มก้าว เพราะมัวแต่บอกกับตัวเองว่า “ฉันไม่เก่งพอ” “ฉันไม่ดีพอ” “ฉันทำไม่ได้” จนสิ่งเหล่านี้กลายเป็นความเชื่อติดแน่นฝังหัวเรา  ทั้งๆ ที่ มันอาจไม่ใช่ความจริงเลยก็ได้… ความเชื่อคือ การยอมรับแนวคิดใดแนวคิดหนึ่งว่าเป็นความจริง โดยอาจจะมีหรือไม่มีหลักฐานรองรับก็ได้